แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3-4
บทที่ 3
💜💜💜💜💜
1 จงอธิบยถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษ
การศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษอยู่ในความรับผิดชอบของโรงเรียนบริบาลหรือชั้นบริบาล ซึ่งรับดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ปี โรงเรียนสำหรับเด็กวัยแรกรับเด็กตั้งแต่อายุ 5 – 7 ปี
2 จงอธิบยถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศสหรัฐอเมริกา
การจัดศูนย์เด็กแต่เดิมเป็นการแก้ปัญหาในการบริการสังคม เพราะเหตุที่มีหญิงต้องออกทำงานเป็นส่วนมาก เพราะผู้ชายถูกเกณฑ์ไปสงคราม ศูนย์ดูแลเด็กกลางวันจึงกลายเป็นสถาบัน
ที่สำคัญยิ่งการศึกษาปฐมวัยมี 3 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ แบบเลี้ยงดูในบ้าน แบบครอบครัว และศูนย์ดูแล
เด็กทุกรูปแบบพยายามที่จะช่วยเหลือเด็กทั้งในด้านสังคม อารมณ์ สติปัญญา และการพัฒนากล้ามเนื้อ ถ้าปราศจากการกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจและการแนะแนวที่ถูกต้องแล้ว การพัฒนาตัวเด็กโดยรอบคอบให้ได้ผลดีย่อมจะเป็นไปได้ยากทีเดียว
คือ การส่งเสริมให้เด็กได้มีพัฒนาการและมีเจตคติที่ดีต่อตนเอง มีความภาคภูมิใจและตระหนักในคุณค่าของตน โดยการจัดโปรแกรมที่ตอบสนองความต้องการของเด็กทางด้านการศึกษา สุขภาพ อนามัยครอบครัว และสังคมอย่างเหมาะสม การดำเนินงานกำหนดขึ้น โดยยึดระดับภูมิภาคเป็นหลัก แต่ในส่วนท้องถิ่นก็สามารถจะปรับเปลี่ยนหรือริเริ่มดำเนินการให้เหมาะสมกับท้องถิ่นของตนเองได้กรมการศึกษาจะเป็นผู้จัดหาคณะกรรมการการศึกษาปฐมวัยเพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือให้คำแนะนำแก่ผู้บริหารท้องถิ่นในเรื่องที่ต้องการ
4 จงอธิบยถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศเม็กซิโก
หลักสูตรปฐมวัยของเม็กซิโกเน้นความสำคัญที่ครูจะต้องรู้จักเด็กทุกคน และคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล เช่นเดียวกับความสำคัญของการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม และจัดกิจกรรมให้มีการพัฒนาสติปัญญา เจตคติ และทักษะสัมพันธ์ให้มีความสมดุลกันในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแสดงออกอย่างมีอิสระ มีเวลาสำรวจสิ่งต่าง ๆ ที่สนใจถามคำถาม ทดลอง และสร้างสรรค์ ในช่วงเวลา 3 ปี ก่อนที่เด็กจะไปเข้าโรงเรียนประถมศึกษา ซึ่งวิวัฒนาการของการศึกษาปฐมวัยเม็กซิโก อาจจะพูดได้ว่าเหมือนกับคำขวัญที่ว่า “ประวัติศาสตร์ คือบทนา” (past is prologue) เพราะได้มีการจัดการศึกษา 3 ปี ก่อนวัยเข้าเรียนให้กับประชากรที่เพิ่มจ านวนขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในเขตเมือง และในชนบทโดยหวังว่ากลุ่มชนที่แตกต่างกันจะสามารถสื่อสารสัมพันธ์กันได้นั้นจะช่วยนำความเข้าใจ และทำให้รวมกันเป็นเอกภาพได้
5 จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอล
การศึกษาและการอบรมเลี้ยงดูเด็กเล็กของอิสราเอล นับเป็นสิ่งที่หยั่งรากลึกและถือเป็นสิ่งสำคัญของอิสราเอล เมื่อมองไปข้างหน้าจุดรวมการศึกษาปฐมวัยของอิสราเอลจะเป็นมาตรฐานเดียวกันและมีคุณภาพเท่าเทียมกัน การศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอลเป็นการศึกษาภาคบังคับและให้เปล่า มีกรมพิเศษในกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรมเป็นผู้รับผิดชอบ มีโปรแกรมการศึกษาสำหรับเด็กเล็ก และมีโรงเรียนเด็กวัยก่อนเข้าเรียนในคิบบุทซ์6 จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศญี่ปุ่น
การจัดการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นยังไม่ประสบผลส าเร็จตามที่คาดหวัง ชาวญี่ปุ่นยังไม่พอใจกับการเรียนการสอนในโรงเรียนนัก ความสนใจ เอาใจใส่ของประชาชนที่มีต่อการจัดการศึกษาท าให้โรงเรียนถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชียหรือแม้แต่ประเทศในแถบตะวันตกอีกหลายประเทศ โรงเรียนของประเทศญี่ปุ่นก็นับว่าทันสมัยและเจริญก้าวหน้าอย่างมาก สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความส าเร็จของระบบการศึกษาก็คือ การที่นักเรียนส่วนใหญ่เป็นผู้กระตือรือร้น และฝักใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ ความเสียสละทุ่มเทของครูส่วนมาก และความภาคภูมิใจที่มีต่อความสำเร็จ และความสนใจอย่างลึกซึ้งในศิลปะวัฒนธรรมของชาติตน
ประเทศอังกฤษจะมีหน่วยงานเพียง 2 หน่วยงานมารับผิดชอบในการทำงานคือกรมการศึกษาและวิทยาศาสตร์ และกรมอนามัยและสวัสดิการสังคม ต่างจากสหรัฐอเมริกาที่ทั้งเอกชนและรัฐบาลเข้ามาสนุบสนุนและมีส่วนร่วม
8. จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศเม็กซิโกและประเทศอิสราเอล
ประเทศเม็กซิโกมีเซ็นฐอริต้า โรเซาราซาปาตาเป็นผู้นำทางการศึกษาและได้ทำโปรแกรมปฐมวัยในความรับผิดชอบของเธอที่เน้นให้เด็กให้ความสำคัญแก่ตัวเองและจัดให้เขาได้มีการพัฒนาการไปอย่างเต็มที่ ต่างจากอิสราเอลที่มีโปรแกรมการฝึกหัดครูเฉพาะของตนเองเช่นเดียวกับโปรแกรมของการนิเทศการสอนของครู
9. จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศ อัลเบอร์ต้า แคนาดา กับประเทศญี่ปุ่น
ประเทศอัลเบอร์ต้า แคนาดา คือการส่งเสริมพัฒนาการเเละเจตคติที่ดีต่อตนเอง กรมการศึกษาจะเป็นผู้จัดหาคณะกรรมการการศึกษาปฐมวัยเพื่อให้มาช่วยเหลือให้คำเเนะนำเเก่ผู้บริหาร ประเทศญี่ปุ่นเป็นสถานเลี้ยงเด็กกลางวันกลายเป็นสิ่งจำเป็น สอนโดยนาแบบอย่างมาจากสหรัฐอเมริกาสอนตามแบบโฟรเบล มีการสอนร้องเพลงและกิจกรรมการเล่นต่าง ๆ
10. ท่านคิดว่าการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศใดที่สามารถจัดได้อย่างดีและเหมาะสม
ประเทศอิสราเอล ได้จัดการศึกษาระดับปฐมวัยเป็นการศึกษาภาคบังคับ ประเทศอื่น ๆ แม้จะมิได้กำหนดการศึกษาระดับปฐมวัยไว้ในการศึกษาภาคบังคับ แต่ก็ให้ความสำคัญกับการศึกษาในระดับปฐมวัยเป็นอย่างมาก ในการจัดครูเข้าสอนส่วนมากจะต้องจบการศึกษาด้านปฐมวัย หรือผ่านการอบรมมาอย่างดี
บทที่ 4
💚💚💚💚💚
1 จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในช่วงไม่มีระบบโรงเรียน
การศึกษาปฐมวัยในยุคก่อนปฏิรูปการศึกษานั้นไม่ได้หมายความว่า ก่อนหน้านี้จะไม่มีการจัดการศึกษาปฐมวัยมาก่อน ในทางตรงกันข้ามในบ้านเมืองของเรานั้นมีการจัดการศึกษาปฐมวัยมานานแล้ว นับแต่ยุคกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี เป็นต้นมา หากแต่การจัดการศึกษาปฐมวัยในยุคนั้น มิได้มีการจัดด าเนินการอย่างเป็นรูปธรรม จนกระทั่งเมื่อถึงยุคแห่งการปฏิรูปบ้านเมืองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงได้มีการจัดการศึกษาปฐมวัยอย่างเป็นรูปธรรมขึ้น ปรากฏหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน
2 จงอธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
1. ปัจจัยทางด้านการคุกคามของจักรวรรดินิยมตะวันตก เพื่อความปลอดภัยของบ้านเมือง จึงต้องปรับเปลี่ยนการจัดการศึกษาให้เป็นแบบสมัยใหม่ และให้แพร่หลายไปทั่วราชอาณาจักร
2. ปัจจัยทางด้านสติปัญญาและแนวคิดตามแบบตะวันตก อันเป็นผลมาจากการติดต่อค้าขายกับต่างชาติ จึงท าให้เกิดการเผยแพร่ความรู้และวิทยาการต่าง ๆ ตามแนวคิดและแบบอย่างตะวันตก แม้กระทั่งพระบรมวงศานุวงศ์ก็ได้รับการศึกษาภาษาและวิชาการอย่างตะวันตกเช่นกัน บุคคลเหล่านี้ได้ทรงเป็นผู้น ำในการพัฒนาบ้านเมืองในระยะต่อมา ดังนั้นการจัดการศึกษาตามแบบใหม่ของไทยเรา จึงได้รับอิทธิพลทั้งในแง่ความคิดและอาศัยบุคคลจากตะวันตกร่วมดำเนินการด้วย
3 ปัจจัยจากการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีประสบการณ์จากการเสด็จประพาสต่างประเทศ ซึ่งพระองค์ทรงสนพระทัยเยี่ยมชมกิจการด้านต่าง ๆ ของต่างประเทศพร้อมทั้งได้ทรงน ำแบบอย่างการจัดการศึกษาที่ทรงพบเห็นมาเป็นแนวทางส ำคัญในการจัดการศึกษาชาติ และยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้เชื้อพระวงศ์และนักเรียนไทยเดินทางไปศึกษาวิชาการต่าง ๆ ยังต่างประเทศ เพื่อน าความรู้ที่ได้มาพัฒนาการศึกษาในบ้านเมืองต่อไป
4. ปัจจัยทางด้านการเลิกทาสและเลิกระบบไพร่ ท าให้ราษฎรจ านวนมากต้องทำมาหาเลี้ยงชีพเอง และจำเป็นต้องมีความรู้เพื่อการด ารงชีพ จึงต้องมีการปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีส่วนช่วยเหลือสนับสนุนคนกลุ่มนี้
5. ปัจจัยทางด้านความต้องการคนเข้ารับราชการ เนื่องจากมีการปรับปรุงด้านการปกครองและการบริหารส่วนกลาง จึงต้องการข้าราชการไปปฏิบัติงานตามหัวเมืองต่าง ๆ มากขึ้นทุกระดับ จำเป็นต้องจัดการศึกษาเพื่อสนองความต้องการของบ้านเมืองในจุดนี้
3 จงอธิบายถึง วิชาหรือเนื้อหาสาระ 10 อย่างของโรงเรียนเด็กพ.ศ.2433
1. ให้อ่านหนังสือออก เขียนได้2. ให้คิดเลขเป็น
3. ให้รู้จักรักษาอิริยาบถ
4. ให้หุงข้าวต้มแกงเป็น
5. ให้เย็บผ้าเป็น
6. ให้ขึ้นต้นไม้เป็น
7. ให้ว่ายน้าเป็น
8. ให้ปลูกทับกระท่อมที่อยู่เป็น
9. ให้รู้จักปลูกต้นไม้
10. ให้รู้จักเลี้ยงสัตว์
4 การจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในโครงการศึกษา พ.ศ. 2441 แบ่งออกเป็นกี่ระดับ
ในโครงการศึกษา พ.ศ.2441 ในหมวดที่ 1 ได้จัดล าดับชั้นการศึกษาออกเป็น 4 ระดับ คือ
1. การเล่าเรียนเบื้องแรก (มูลศึกษา)
2. การเล่าเรียนเบื้องต้น (ประถมศึกษา)
3. การเล่าเรียนเบื้องกลาง (มัธยมศึกษา)
4. การเล่าเรียนเบื้องสูง (อุดมศึกษา)
5 ในยุคเริ่มต้นของการจัดอนุบาลเอกชน พ.ศ. 2454-2470 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
พ.ศ.2454 – 2470 เป็นยุคเริ่มก่อตัวของอนุบาลเอกชน ในช่วงนี้กลุ่มมิชชั่นนารีได้เข้ามา
จัดตั้งโรงเรียนขึ้นมาในประเทศไทย ทำให้มีการเปิดแผนกอนุบาลขึ้นในโรงเรียนเอกชนหลายแห่ง
โรงเรียนที่จัดอย่างมีระบบ ได้แก่ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยเป็นโรงเรียนแห่งแรกของประเทศไทยที่เปิด
สอนระดับอนุบาล โดยจัดตามแนวของฟรอเบล โรงเรียนราชินีเป็นแห่งที่ 2 ที่เปิดแผนกอนุบาลนับเป็น
โรงเรียนแรกที่ด าเนินการโดยคนไทย คือ มจ.หญิงพิจิตรวิราภา เทวกุลดำเนินการสอนทั้งแบบของ
ฟรอเบล และมอนเตสซอรี่จากประเทศญี่ปุ่น ส่วนโรงเรียนมาแตร์เดอี เป็นแห่งที่ 3 ที่เปิดชั้นอนุบาล
สอนตามแบบประเทศอังกฤษ ในช่วงที่มีโรงเรียนราษฎร์เกิดขึ้นอย่างมากมายนั้น การจัดการศึกษาของโรงเรียนแต่ละแห่งล้วนมีความแตกต่างกัน การจัดการเรียนการสอนวิชาต่าง ๆ ก็สอนตามความพอใจ และสอนตามความสามารถของแต่ละโรงเรียน เกิดปัญหาขาดความเป็นเอกภาพด้านการเรียนการสอนรัฐบาลจึงได้ตราพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ขึ้นในปี พ.ศ.2461 เพื่อควบคุมดูแลให้การจัดการศึกษาในโรงเรียนราษฎร์เป็นไปในแนวเดียวกัน ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ช่วยส่งผลให้การศึกษาปฐมวัยในรูปอนุบาลเริ่มมีระบบและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนขึ้น โดยระบุวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาระดับนี้ไว้ว่า “...มุ่งเลี้ยงดูเด็กอ่อน ๆ เป็นส าคัญและสอนให้เด็กรู้อ่าน รู้เขียน เรียนนับไปพลางในระหว่างเวลานั้นด้วย
โรงเรียนเช่นนี้ครูอนุบาล ในโรงเรียนไม่ต้องมีประสบการณ์ก็ได้...” และภายหลังก็ได้มีดำริให้จัดส่งผู้หญิงไปฝึกหัดเป็นครู เพื่อเป็นแบบอย่างการฝึกหัดครูอนุบาลของประเทศขึ้นด้วย แนวคิดของรัฐเกี่ยวกับ
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยในยุคเริ่มมีแผนกอนุบาลของโรงเรียนราษฎร์เกิดขึ้นนี้ จึงเป็นเพียงการเรียน
การสอน “ไตรภาค” โดยอนุโลมเท่านั้น
6 การจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลละอออุทิศมีความเป็นมาอย่างไร
กระทรวงศึกษาธิการได้มีดำริให้กรมฝึกหัดครูเตรียมการเปิดสอนของรัฐ จึงมีการเตรียมการโดยเตรียมการจัดส่งบุคลากรไปดูงานที่ต่างประเทศและกลับมาดำเนินการจจัดการสร้างโรงเรียนอนุบาลของรัฐ
7 แผนการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2503 แบ่งการศึกษาออกเป็นกี่ระดับ
พ.ศ.2503 ได้มีการประกาศแผนการศึกษาชาติฉบับใหม่ขึ้นอีกฉบับหนึ่ง แผนการศึกษา
ฉบับนี้ได้แบ่งการศึกษาออกเป็น 4 ระดับ คือ
1. อนุบาลศึกษา
2. ประถมศึกษา
3. มัธยมศึกษา
4. อุดมศึกษา
8 ในปี พ.ศ. 2523 กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการจัดหน่วยงานใดให้รับผิดชอบการศึกษาก่อนระดับประถมการศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
9 หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2546 มีความเป็นมาอย่างไร
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ที่กำหนดสาระเรียนรู้ในระดับปฐมวัยไว้ 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นประสบการณ์สำคัญและสาระที่ควรเรียนรู้ดังนี้1. ประสบการณ์สำคัญ ได้แก่
1.1 ประสบการณ์ด้านร่างกาย
1.2 ประสบการณ์ด้านอารมณ์และจิตใจ
1.3 ประสบการณ์ด้านสังคม
1.4 ประสบการณ์ด้านสติปัญญา
2. สาระที่ควรเรียนรู้ ได้แก่
2.1 เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
2.2 เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก
2.3 ธรรมชาติรอบตัว
2.4 สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก
10 จงวิเคราะห์ถึงการศึกษาปฐมวัยของไทยตามความรู้ความเข้าใจของนักศึกษา
การศึกษาปฐมวัยในอดีตมีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงสุโขทัย และได้มีการพัฒนามาจนกระทั่งใน
สมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งแรกของประเทศไทย โดยดำริของพระอัครชายาเธอ
พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสินีนาฎ ในรัชกาลที่ 5 นับตั้งแต่บัดนั้นก็ได้มีการจัดการศึกษาปฐมวัย
โดยมีรูปแบบที่เป็นทางการตามโครงการศึกษา ปี พ.ศ.2441 ซึ่งเป็นโครงการศึกษาฉบับแรกที่มีการจัด
การศึกษา “มูลศึกษา” ใน 3 รูปแบบ คือ โรงเรียนบุรพบท โรงเรียนกขนโม และโรงเรียนกินเดอกาเตน และรัฐได้เริ่มให้ความสำคัญของการศึกษาในระดับปฐมวัย ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2441 เป็นต้นมา และพัฒนาการของการศึกษาปฐมวัย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2489 จนกระทั่งถึงหลักสูตรระดับก่อนประถมศึกษา พ.ศ.2540 ได้มีการปรับปรุงและพัฒนามาโดยตลอดเพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย ทั้งในด้านธรรมชาติพัฒนาการเด็ก โดยรัฐได้กำหนดนโยบายการพัฒนาการจัดการศึกษาให้เด็กปฐมวัย โดยคำนึงถึงแนวคิดเกี่ยวกับเด็กปฐมวัยเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เต็มศักยภาพสูงสุด โดยใช้กับเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งถึง 5 ปี เพื่อให้หน่วยงานที่จัดการศึกษาระดับปฐมวัย ได้จัดประสบการณ์ให้มีคุณภาพเป็นไปในทิศทางและมีมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้เด็กปฐมวัยเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพในการพัฒนาประเทศไทยต่อไป
😅😅😅😅😅



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น