🍑🍑🍑🍑🍑
1 จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบมอนเตสซอรี
การสอนแบบมอนเตสซอรี (Montessori) เป็นนวัตกรรมที่เริ่มจากการพัฒนาแนว
การสอนเพื่อใช้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญามาใช้กับเด็กปกติ โดยให้ความสำคัญกับการ
จัดเตรียมสิ่งแวดล้อมและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เน้นการฝึกฝนด้านประสาทสัมผัส เปิดโอกาสให้
เด็กค้นพบสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง จากสภาพแวดล้อมที่ครูจัดไว้ในห้องเรียน ซึ่งสิ่งที่เด็กเข้าไปเรียนรู้
เรียกว่างานทำให้เด็กได้ใช้และพัฒนาประสาทสัมผัสทั้งห้า คือ ตา หู จมูก ปาก และสัมผัส
2 จงอธิบายถึงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี
มอนเตสซอรี่มีความเชื่อว่าการเรียนรู้และซึมซับด้วยตนเองในเสรีภาพที่มีขอบเขตจาก
สิ่งแวดล้อมที่เตรียมไว้จะท าให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งหลักสูตรของมอนเตสซอรี่แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ
ได้แก่ การศึกษาทางด้านทักษะกลไก (motor education) การศึกษาทางด้านสัมผัส (education of
the senses) และการเตรียมส าหรับการเขียนและคณิตศาสตร์ (preparation for writing and
arithmetic) โดยมีการประเมินผลซึ่งการสอนตามแนวคิดของมอนเตสซอรี จะมีการประเมินผลการ
เรียนของเด็ก โดยการสังเกตเด็กจากสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
4.1 ความสามารถในการท ากิจกรรมแต่ละกลุ่ม
4.2 การใช้อุปกรณ์การเรียนแต่ละชิ้น
เมื่อครูได้สังเกตเด็กแล้วครูจะรายงานผลการเรียนให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ ซึ่งการ
รายงานผลการเรียนจะท าได้หลายรูปแบบ เช่น การส่งผลงานเด็กกลับบ้าน การสนทนากับ
ผู้ปกครอง การให้ผู้ปกครองเข้ามาสังเกตในห้องเรียน
3 จงอธิบายถึงแนวคิดในการสอนแบบธรรมชาติ
เยาวพา เดชะคุปต์ ได้กล่าวว่า การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้น
ภาษาแบบองค์รวม มีพื้นฐานหรือแนวความคิดอยู่บนความเชื่อที่ว่า
2.1 การเรียนรู้คือประสบการณ์ชีวิตทุก ๆ ด้าน
2.2 การเรียนรู้ภาษาได้ดีนั้นขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของการใช้ภาษา และมีความเป็นไป
ได้
2.3 ทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้าน มีความสัมพันธ์เชื่อมโยง
2.4 การเรียนรู้อย่างใดอย่างหนึ่ง อาจเข้าใจแจ่มแจ้งขึ้น เมื่อน าไปใช้ในการเรียนรู้อย่าง
อื่น ๆ
2.5 อัตราและวิธีการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน
4 จงอธิบายถึงแนวการจัดกิจกรรมการสอนภาษาแบบธรรมชาติ
เยาวพา เดชะคุปต์ กล่าวถึงแนวในการจัดประสบการณ์
การเรียนรู้ที่เน้นภาษาแบบองค์รวม ควรเป็นดังนี้
-การพูดเป็นทักษะพื้นฐานของการอ่าน และการเขียน
-ให้เด็กเห็นตัวอย่างของการพูดที่ถูกต้อง
-เด็กควรมีโอกาสได้พูดให้มากและให้เห็นว่า ภาษาพูดจะกลายมาเป็น
การเขียนและการอ่านได้อย่างไร โดยการให้เด็กเขียนในสิ่งที่เขาคิดและเล่าเป็นเรื่องราวออกมา
-การอ่านควรมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เข้าใจเรื่องราว และมีจุดมุ่งหมายในการอ่าน
-สิ่งที่อ่าน ควรมีระดับความยากง่ายเหมาะสมกับระดับความสามารถของเด็ก
-ครูควรให้ก าลังใจและให้การเสริมแรง
5 จงอธิบายถึงแนวคิดของการสอนแบบเรกจิโอ เอมีเลีย
การเรียนการสอนตามแนวคิดของเรกจิโอ เอมีเลีย พัฒนาแนวคิดและทฤษฎีจากนัก
การศึกษาที่มีชื่อเสียงหลายท่าน เช่น เพียเจต์ดิวอี้ และจากการศึกษาทฤษฎีต่าง ๆ เป็นแนวทางให้กลุ่ม
ท างานการศึกษาปฐมวัยในเรกจิโอ เอมีเลีย มีทิศทางชัดเจนขึ้น โดยนำข้อค้นพบมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับสภาพทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของชุมชนเรกจิโอ เอมีเลีย การศึกษาตามแนวคิดนี้มีความเชื่อว่าการเรียนรู้ต้องเกิดจากที่ผู้เรียนสนใจที่จะเรียนรู้และลงมือปฏิบัติ เพื่อก่อให้เกิดประสบการณ์ตรงที่จะนำไปสู่การเรียนรู้ มิใช่เกิดจากการก าหนดหลักสูตรไว้ล่วงหน้า
6. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนของเรกจิโอ เอมีเลีย
หลักการเรียนการสอนของเรกจิโอ เอมีเลีย ไว้ดังนี้
3.1 ครูต้องมีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองศักยภาพของเด็ก
อย่างเหมาะสม เพราะเด็กทุกคนมีความพร้อม มีศักยภาพ มีความกระตือรือร้น สนใจที่จะมี ปฏิสัมพันธ์
ทางสังคม และสร้างสัมพันธภาพ การเรียนรู้และพร้อมที่จะเรียนรู้ทุกสิ่ง
3.2 การศึกษาของเด็กมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันระหว่างเด็ก ครอบครัว ชุมชน ครู
โรงเรียนและสังคมอย่างลุ่มลึกและเป็นระบบ การเรียนการสอนจึงต้องเป็นการกระทำที่สนับสนุนซึ่งกัน
และกันเพื่อการพัฒนาเด็ก
3.3 เด็ก ครูและผู้ปกครอง มีสิทธิที่จะทำงานร่วมกันในการให้การดูแลและให้
การศึกษาที่มีคุณภาพเพื่อการพัฒนาศักยภาพเด็ก
3.4 ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญในการจัดประสบการณ์และสวัสดิการให้แก่เด็กใน
โรงเรียน
3.5 โรงเรียนต้องเป็นสถานที่สำหรับให้เด็กแสดงผลงานการเรียนรู้ เด็กและครูสามารถ
นำมาเสนอจัดและตกแต่งด้วยตนเองได้
7 จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบไฮ/สโคป
การจัดการเรียนการสอนแบบไฮ/สโคป เน้นการเรียนรู้แบบลงมือกระทำ (activelearning) ผ่านมุมประสบการณ์ที่หลากหลายด้วยสื่อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก โดยประยุกต์ใช้กับประสบการณ์และกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีหลักในการปฏิบัติดังนี้
3.1 การวางแผน (plan) เป็นการสนทนาระหว่างเด็กกับครูเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กสนใจจะ
เรียนรู้ รวมถึงวิธีการด าเนินกิจกรรมของเด็ก ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เด็กปฏิบัติกิจกรรม ต่าง ๆ ด้วยความรู้สึกที่
ดี การวางแผนกิจกรรมอาจแสดงให้ผู้อื่นรับรู้ถึงขบวนการวางแผนจากภาพกิจกรรมหรือสัญลักษณ์
ประจ าตัวเด็ก
3.2 การปฏิบัติ(do) เป็นการท ากิจกรรมตามที่เด็กวางแผนไว้ โดยมีครูเป็นผู้ให้
คำแนะนำ ช่วยเหลือด้านความคิดในจังหวะที่เหมาะสม การทำงานของเด็ก เด็กจะทำด้วยตัวของเราเอง
3.3 การทบทวน (review) เป็นช่วงกิจกรรมการสนทนา อภิปรายถึงผลงานที่เด็กทำ
และทบทวนว่าเด็กได้ทำตามสิ่งที่ตนเองวางแผนไว้หรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงการวางแผนอย่างไรด้วย
เหตุผลใด
8 จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบโครงการ
การสอนแบบโครงการ (Project Approach) เป็นรูปแบบการจัดประสบการณ์ที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง ในหัวข้อที่เด็กสนใจและครูได้พิจารณาแล้วว่ามีคุณค่าในการเรียนรู้ เด็กที่เข้าร่วมโครงการจะได้พัฒนาความรู้ ความสามารถ ค้นหาทางในการแสวงหาข้อมูล แก้ปัญหาต่าง ๆ เด็กจะทำงานร่วมกัน ช่วยเหลือและส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดยครูจะเป็นผู้ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกกระตุ้นให้เด็กคิดและทำงานร่วมกัน ซึ่งระยะเวลาในการศึกษาจะขึ้นอยู่กับความต้องการและความสนใจของเด็ก
9. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ
การสอนแบบวอลดอร์ฟมุ่งพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างอิสระตามความสามารถของ
เด็ก โดยสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ให้เด็กเห็นตัวอย่างวิถีธรรมชาติ ซึ่งมีแนวทางในการจัดการ
เรียนการสอน ดังนี้
3.1 ความสม่ าเสมอ การจัดการเรียนการสอนต้องมีแบบแผนที่แน่นอน จะท าให้เด็ก
เกิดความมั่นคงภายใน
3.2 การท าซ้ า การท าซ้ าท าให้เด็กได้มีโอกาสซึมซับ ท าความเข้าใจต่อสิ่งต่าง ๆ อย่าง
ถ่องแท้ และเกิดความช านาญ
3.3 ความเคารพและเห็นคุณค่า บรรยากาศในห้องเรียนและการปฏิบัติตัวของครู จะ
ท าให้เด็กเป็นผู้มีความส านึกรู้คุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว
การจัดการเรียนการสอนเป็นไปตามวิถีธรรมชาติ โดยครูจะพิจารณาจัดกิจกรรมให้
สอดคล้องกับจังหวะ กาลเวลา และความสนใจของเด็ก การจัดการเรียนการสอนเด็กปฐมวัยตามแนวคิด
ของวอลดอร์ฟ จะไม่เน้นเนื้อหาเป็นรายวิชา ไม่ใช่สื่อการสอนที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ
โทรทัศน์ การจัดหลักสูตรการเรียนการสอนไม่เน้นการแข่งขันกัน ครูจะไม่ประเมินผลเด็กโดยการให้
คะแนน ให้เด็กเรียนรู้ผ่านงานศิลปะ ดนตรี และธรรมชาติรอบตัว
10 . จงเลือกและอธิบายถึงแนวคิดการสอนที่คิดว่าดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กปฐมวัย พร้อม
ให้เหตุผลประกอบ
การสอนแบบไฮ/สโคป เป็นการสอนที่ให้เด็กได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเองตามความสนใจ โดยมีการวางแผน การปฏิบัติ และการทบทวนกิจกรรมที่ทำ ซึ่งครูควรยอมรับและสนับสนุนการท างานของเด็ก ด้วยการจัดเตรียมสภาพแวดล้อม สื่อ วัสดุอุปกรณ์ให้พร้อม
รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน สามารถด าเนินได้ 3 รูปแบบ
ได้แก่ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยมุ่งหวังให้ ผู้เรียนเป็น
คนดี คนเก่งและมีความสุข
2. จงวิเคราะห์และสรุปถึงสภาพปัญหาของการจัดการศึกษาปฐมวัย
ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาการจัดการศึกษา และการเลี้ยงดูเด็กทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ทั้งนี้อาจมีสาเหตุเนื่องจากการให้บริการแก่เด็กปฐมวัย ในประเทศไทยในปัจจุบันยังขาดทิศทาง และความเป็น เอกภาพ ไม่มีนโยบาย เด็กปฐมวัยที่ชัดเจนจากรัฐบาล รวมตลอดถึงไม่มีการกำหนดหลักการและมาตรฐานการดูแลเด็กระดับชาติเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ
3. จงอธิบายถึงแนวโน้มของการจัดการศึกษาปฐมวัยในเรื่องการให้บริการแก่เด็กอายุ 3 – 5 ปี
การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสไดรับบริการอย่างทั่วถึง แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า เด็กก่อนวัยเรียนทุกคนต้องเข้ารับการศึกษาในระบบ แต่รัฐจำเป็นต้องควบคุมและติดตามประเมินผลได้ว่า เด็กก่อนวัยเรียนทุกคนได้รับการเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ และสติปัญญาอย่างเหมาะสม
4. จงอธิบายถึงแนวโน้มในการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาปฐมวัย
1. การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสไดรับบริการอย่างทั่วถึง
2. พัฒนาสุขภาพและสมองของเด็ก การจะเพิ่มประสิทธิภาพทางการศึกษาจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์ โดยการให้ความรู้แก่ผู้ใหญ่โดยเฉพาะคู่สมรสและคนหนุ่มสาวในเรื่องการวางแผนครอบครัว
3. ให้ความสำคัญกับคุณภาพของครูและพี่เลี้ยงเด็กที่มีความรู้ความเข้าใจและความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อฝึกฝนให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ
4. ส่งเสริมให้มีการทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และวิธีการสอนที่เหมาะสมสำหรับเด็ก
5. ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรูปของการจัดตั้งคณะกรรมการโรงเรียนที่มีผู้ปกครองและสมาชิกชุมชนร่วมเป็นกรรมการด้วย
6. รัฐควรมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือแก่แม่ที่มีปัญหาพิเศษบางกลุ่ม
7. รัฐควรมีมาตรการคุ้มครองเด็กที่มีปัญหา อาทิ เด็กถูกทารุณกรรม โดยจัดหา องค์กรกลุ่มบุคคล หรือ ครอบครัวที่มีความพร้อมในการให้ความอนุเคราะห์
8. ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้จากระบบสื่อสารให้มากขึ้น
9.พ่อแม่ควรจะได้เรียนรู้วิธีการใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างมีคุณภาพรวมถึงการให้การศึกษาแก่ผู้สูงอายุในการเลี้ยงดูเด็ก
5. จงอธิบายถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาด้านปฐมวัย
การเปลี่ยนแปลงรูปแบบ บทบาทพ่อแม่ในครอบครัวและสมาชิก ชุมชน การเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน และการใช้เทคโนโลยีการศึกษามีส่วนกระตุ้นให้องค์การของรัฐกำหนดเป็นนโยบายในการให้การศึกษาปฐมวัย
6. จงอธิบายถึงแนวโน้มของนโยบายของรัฐในการจัดการศึกษาปฐมวัยของไทย
รัฐมีนโยบายที่เป็นนโยบายทั่วๆไปเกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแก่งชาติจะต้องระบุแผนพัฒนาประชากร นโยบายเกี่ยวกับพ่อแม่ ครอบครัว ผู้ปกครอฝ เน้นให้ความรู้ในการอบรมเลี้ยงดู นโยบายความเสมอภาคทางการศึกษา
7. จงอธิบายถึงโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย
การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้คำแนะนำ และความช่วยเหลือทางวิชาการจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กวัย 0 – 6 ปีอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ
8. จงอธิบายถึงโครงการความร่วมมือขององค์กรต่าง ๆ ในชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
การให้องค์กรต่าง ๆ ในชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชนมีส่วนช่วยเหลือและร่วมมือกันในการศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้ง ร่วมมือกันในการให้บริการและการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย จึงควรมีการผลักดันให้องค์กรของรัฐที่มีอยู่ในชุมชน ได้แก่ โรงเรียนอนุบาล สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย สถานีอนามัย โรงพยาบาล สาธารณสุขจังหวัด พัฒนาชุมชน และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน และองค์กรเอกชนอื่น ๆ เช่น ชมรมแม่บ้าน ชมรมครูและผู้ปกครองของโรงเรียนและกลุ่มอาสาสมัครต่างๆ
9. จงอธิบายถึงโครงการเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองในการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย
มีส่วนช่วยเหลือร่วมมือการให้บริการการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองให้มีความรู้เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย และการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
10. แนวโน้มของการศึกษาปฐมวัยของไทย ตามความคิดเห็นของนักศึกษา เป็นอย่างไร จงอธิบาย
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาควรเห็นความสำคัญของการศึกษาปฐมวัยเนื่องจากเพื่อเป็นการพัฒนาเด็กอย่างมีคุณภาพ เพราะในวัยนี้เป็นช่วงวัยที่สำคัญและมีการพัฒนาการมากที่สุดในช่วงชีวิต ไม่ควรที่จะละเลยความสำคัญของเด็กปฐมวัย
การสอนแบบมอนเตสซอรี (Montessori) เป็นนวัตกรรมที่เริ่มจากการพัฒนาแนว
การสอนเพื่อใช้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญามาใช้กับเด็กปกติ โดยให้ความสำคัญกับการ
จัดเตรียมสิ่งแวดล้อมและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เน้นการฝึกฝนด้านประสาทสัมผัส เปิดโอกาสให้
เด็กค้นพบสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง จากสภาพแวดล้อมที่ครูจัดไว้ในห้องเรียน ซึ่งสิ่งที่เด็กเข้าไปเรียนรู้
เรียกว่างานทำให้เด็กได้ใช้และพัฒนาประสาทสัมผัสทั้งห้า คือ ตา หู จมูก ปาก และสัมผัส
2 จงอธิบายถึงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี
มอนเตสซอรี่มีความเชื่อว่าการเรียนรู้และซึมซับด้วยตนเองในเสรีภาพที่มีขอบเขตจาก
สิ่งแวดล้อมที่เตรียมไว้จะท าให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งหลักสูตรของมอนเตสซอรี่แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ
ได้แก่ การศึกษาทางด้านทักษะกลไก (motor education) การศึกษาทางด้านสัมผัส (education of
the senses) และการเตรียมส าหรับการเขียนและคณิตศาสตร์ (preparation for writing and
arithmetic) โดยมีการประเมินผลซึ่งการสอนตามแนวคิดของมอนเตสซอรี จะมีการประเมินผลการ
เรียนของเด็ก โดยการสังเกตเด็กจากสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
4.1 ความสามารถในการท ากิจกรรมแต่ละกลุ่ม
4.2 การใช้อุปกรณ์การเรียนแต่ละชิ้น
เมื่อครูได้สังเกตเด็กแล้วครูจะรายงานผลการเรียนให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ ซึ่งการ
รายงานผลการเรียนจะท าได้หลายรูปแบบ เช่น การส่งผลงานเด็กกลับบ้าน การสนทนากับ
ผู้ปกครอง การให้ผู้ปกครองเข้ามาสังเกตในห้องเรียน
3 จงอธิบายถึงแนวคิดในการสอนแบบธรรมชาติ
เยาวพา เดชะคุปต์ ได้กล่าวว่า การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้น
ภาษาแบบองค์รวม มีพื้นฐานหรือแนวความคิดอยู่บนความเชื่อที่ว่า
2.1 การเรียนรู้คือประสบการณ์ชีวิตทุก ๆ ด้าน
2.2 การเรียนรู้ภาษาได้ดีนั้นขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของการใช้ภาษา และมีความเป็นไป
ได้
2.3 ทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้าน มีความสัมพันธ์เชื่อมโยง
2.4 การเรียนรู้อย่างใดอย่างหนึ่ง อาจเข้าใจแจ่มแจ้งขึ้น เมื่อน าไปใช้ในการเรียนรู้อย่าง
อื่น ๆ
2.5 อัตราและวิธีการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน
4 จงอธิบายถึงแนวการจัดกิจกรรมการสอนภาษาแบบธรรมชาติ
เยาวพา เดชะคุปต์ กล่าวถึงแนวในการจัดประสบการณ์
การเรียนรู้ที่เน้นภาษาแบบองค์รวม ควรเป็นดังนี้
-การพูดเป็นทักษะพื้นฐานของการอ่าน และการเขียน
-ให้เด็กเห็นตัวอย่างของการพูดที่ถูกต้อง
-เด็กควรมีโอกาสได้พูดให้มากและให้เห็นว่า ภาษาพูดจะกลายมาเป็น
การเขียนและการอ่านได้อย่างไร โดยการให้เด็กเขียนในสิ่งที่เขาคิดและเล่าเป็นเรื่องราวออกมา
-การอ่านควรมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เข้าใจเรื่องราว และมีจุดมุ่งหมายในการอ่าน
-สิ่งที่อ่าน ควรมีระดับความยากง่ายเหมาะสมกับระดับความสามารถของเด็ก
-ครูควรให้ก าลังใจและให้การเสริมแรง
5 จงอธิบายถึงแนวคิดของการสอนแบบเรกจิโอ เอมีเลีย
การเรียนการสอนตามแนวคิดของเรกจิโอ เอมีเลีย พัฒนาแนวคิดและทฤษฎีจากนัก
การศึกษาที่มีชื่อเสียงหลายท่าน เช่น เพียเจต์ดิวอี้ และจากการศึกษาทฤษฎีต่าง ๆ เป็นแนวทางให้กลุ่ม
ท างานการศึกษาปฐมวัยในเรกจิโอ เอมีเลีย มีทิศทางชัดเจนขึ้น โดยนำข้อค้นพบมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับสภาพทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของชุมชนเรกจิโอ เอมีเลีย การศึกษาตามแนวคิดนี้มีความเชื่อว่าการเรียนรู้ต้องเกิดจากที่ผู้เรียนสนใจที่จะเรียนรู้และลงมือปฏิบัติ เพื่อก่อให้เกิดประสบการณ์ตรงที่จะนำไปสู่การเรียนรู้ มิใช่เกิดจากการก าหนดหลักสูตรไว้ล่วงหน้า
6. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนของเรกจิโอ เอมีเลีย
หลักการเรียนการสอนของเรกจิโอ เอมีเลีย ไว้ดังนี้
3.1 ครูต้องมีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองศักยภาพของเด็ก
อย่างเหมาะสม เพราะเด็กทุกคนมีความพร้อม มีศักยภาพ มีความกระตือรือร้น สนใจที่จะมี ปฏิสัมพันธ์
ทางสังคม และสร้างสัมพันธภาพ การเรียนรู้และพร้อมที่จะเรียนรู้ทุกสิ่ง
3.2 การศึกษาของเด็กมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันระหว่างเด็ก ครอบครัว ชุมชน ครู
โรงเรียนและสังคมอย่างลุ่มลึกและเป็นระบบ การเรียนการสอนจึงต้องเป็นการกระทำที่สนับสนุนซึ่งกัน
และกันเพื่อการพัฒนาเด็ก
3.3 เด็ก ครูและผู้ปกครอง มีสิทธิที่จะทำงานร่วมกันในการให้การดูแลและให้
การศึกษาที่มีคุณภาพเพื่อการพัฒนาศักยภาพเด็ก
3.4 ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญในการจัดประสบการณ์และสวัสดิการให้แก่เด็กใน
โรงเรียน
3.5 โรงเรียนต้องเป็นสถานที่สำหรับให้เด็กแสดงผลงานการเรียนรู้ เด็กและครูสามารถ
นำมาเสนอจัดและตกแต่งด้วยตนเองได้
7 จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบไฮ/สโคป
การจัดการเรียนการสอนแบบไฮ/สโคป เน้นการเรียนรู้แบบลงมือกระทำ (activelearning) ผ่านมุมประสบการณ์ที่หลากหลายด้วยสื่อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก โดยประยุกต์ใช้กับประสบการณ์และกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีหลักในการปฏิบัติดังนี้
3.1 การวางแผน (plan) เป็นการสนทนาระหว่างเด็กกับครูเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กสนใจจะ
เรียนรู้ รวมถึงวิธีการด าเนินกิจกรรมของเด็ก ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เด็กปฏิบัติกิจกรรม ต่าง ๆ ด้วยความรู้สึกที่
ดี การวางแผนกิจกรรมอาจแสดงให้ผู้อื่นรับรู้ถึงขบวนการวางแผนจากภาพกิจกรรมหรือสัญลักษณ์
ประจ าตัวเด็ก
3.2 การปฏิบัติ(do) เป็นการท ากิจกรรมตามที่เด็กวางแผนไว้ โดยมีครูเป็นผู้ให้
คำแนะนำ ช่วยเหลือด้านความคิดในจังหวะที่เหมาะสม การทำงานของเด็ก เด็กจะทำด้วยตัวของเราเอง
3.3 การทบทวน (review) เป็นช่วงกิจกรรมการสนทนา อภิปรายถึงผลงานที่เด็กทำ
และทบทวนว่าเด็กได้ทำตามสิ่งที่ตนเองวางแผนไว้หรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงการวางแผนอย่างไรด้วย
เหตุผลใด
8 จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบโครงการ
การสอนแบบโครงการ (Project Approach) เป็นรูปแบบการจัดประสบการณ์ที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง ในหัวข้อที่เด็กสนใจและครูได้พิจารณาแล้วว่ามีคุณค่าในการเรียนรู้ เด็กที่เข้าร่วมโครงการจะได้พัฒนาความรู้ ความสามารถ ค้นหาทางในการแสวงหาข้อมูล แก้ปัญหาต่าง ๆ เด็กจะทำงานร่วมกัน ช่วยเหลือและส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดยครูจะเป็นผู้ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกกระตุ้นให้เด็กคิดและทำงานร่วมกัน ซึ่งระยะเวลาในการศึกษาจะขึ้นอยู่กับความต้องการและความสนใจของเด็ก
9. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ
การสอนแบบวอลดอร์ฟมุ่งพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างอิสระตามความสามารถของ
เด็ก โดยสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ให้เด็กเห็นตัวอย่างวิถีธรรมชาติ ซึ่งมีแนวทางในการจัดการ
เรียนการสอน ดังนี้
3.1 ความสม่ าเสมอ การจัดการเรียนการสอนต้องมีแบบแผนที่แน่นอน จะท าให้เด็ก
เกิดความมั่นคงภายใน
3.2 การท าซ้ า การท าซ้ าท าให้เด็กได้มีโอกาสซึมซับ ท าความเข้าใจต่อสิ่งต่าง ๆ อย่าง
ถ่องแท้ และเกิดความช านาญ
3.3 ความเคารพและเห็นคุณค่า บรรยากาศในห้องเรียนและการปฏิบัติตัวของครู จะ
ท าให้เด็กเป็นผู้มีความส านึกรู้คุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว
การจัดการเรียนการสอนเป็นไปตามวิถีธรรมชาติ โดยครูจะพิจารณาจัดกิจกรรมให้
สอดคล้องกับจังหวะ กาลเวลา และความสนใจของเด็ก การจัดการเรียนการสอนเด็กปฐมวัยตามแนวคิด
ของวอลดอร์ฟ จะไม่เน้นเนื้อหาเป็นรายวิชา ไม่ใช่สื่อการสอนที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ
โทรทัศน์ การจัดหลักสูตรการเรียนการสอนไม่เน้นการแข่งขันกัน ครูจะไม่ประเมินผลเด็กโดยการให้
คะแนน ให้เด็กเรียนรู้ผ่านงานศิลปะ ดนตรี และธรรมชาติรอบตัว
10 . จงเลือกและอธิบายถึงแนวคิดการสอนที่คิดว่าดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กปฐมวัย พร้อม
ให้เหตุผลประกอบ
การสอนแบบไฮ/สโคป เป็นการสอนที่ให้เด็กได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเองตามความสนใจ โดยมีการวางแผน การปฏิบัติ และการทบทวนกิจกรรมที่ทำ ซึ่งครูควรยอมรับและสนับสนุนการท างานของเด็ก ด้วยการจัดเตรียมสภาพแวดล้อม สื่อ วัสดุอุปกรณ์ให้พร้อม
บทที่ 8
🍇 🍇 🍇 🍇 🍇 🍇
1. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน
รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน สามารถด าเนินได้ 3 รูปแบบ
ได้แก่ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยมุ่งหวังให้ ผู้เรียนเป็น
คนดี คนเก่งและมีความสุข
2. จงวิเคราะห์และสรุปถึงสภาพปัญหาของการจัดการศึกษาปฐมวัย
ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาการจัดการศึกษา และการเลี้ยงดูเด็กทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ทั้งนี้อาจมีสาเหตุเนื่องจากการให้บริการแก่เด็กปฐมวัย ในประเทศไทยในปัจจุบันยังขาดทิศทาง และความเป็น เอกภาพ ไม่มีนโยบาย เด็กปฐมวัยที่ชัดเจนจากรัฐบาล รวมตลอดถึงไม่มีการกำหนดหลักการและมาตรฐานการดูแลเด็กระดับชาติเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ
3. จงอธิบายถึงแนวโน้มของการจัดการศึกษาปฐมวัยในเรื่องการให้บริการแก่เด็กอายุ 3 – 5 ปี
การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสไดรับบริการอย่างทั่วถึง แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า เด็กก่อนวัยเรียนทุกคนต้องเข้ารับการศึกษาในระบบ แต่รัฐจำเป็นต้องควบคุมและติดตามประเมินผลได้ว่า เด็กก่อนวัยเรียนทุกคนได้รับการเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ และสติปัญญาอย่างเหมาะสม
4. จงอธิบายถึงแนวโน้มในการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาปฐมวัย
1. การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสไดรับบริการอย่างทั่วถึง
2. พัฒนาสุขภาพและสมองของเด็ก การจะเพิ่มประสิทธิภาพทางการศึกษาจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์ โดยการให้ความรู้แก่ผู้ใหญ่โดยเฉพาะคู่สมรสและคนหนุ่มสาวในเรื่องการวางแผนครอบครัว
3. ให้ความสำคัญกับคุณภาพของครูและพี่เลี้ยงเด็กที่มีความรู้ความเข้าใจและความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อฝึกฝนให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ
4. ส่งเสริมให้มีการทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และวิธีการสอนที่เหมาะสมสำหรับเด็ก
5. ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรูปของการจัดตั้งคณะกรรมการโรงเรียนที่มีผู้ปกครองและสมาชิกชุมชนร่วมเป็นกรรมการด้วย
6. รัฐควรมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือแก่แม่ที่มีปัญหาพิเศษบางกลุ่ม
7. รัฐควรมีมาตรการคุ้มครองเด็กที่มีปัญหา อาทิ เด็กถูกทารุณกรรม โดยจัดหา องค์กรกลุ่มบุคคล หรือ ครอบครัวที่มีความพร้อมในการให้ความอนุเคราะห์
8. ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้จากระบบสื่อสารให้มากขึ้น
9.พ่อแม่ควรจะได้เรียนรู้วิธีการใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างมีคุณภาพรวมถึงการให้การศึกษาแก่ผู้สูงอายุในการเลี้ยงดูเด็ก
5. จงอธิบายถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาด้านปฐมวัย
การเปลี่ยนแปลงรูปแบบ บทบาทพ่อแม่ในครอบครัวและสมาชิก ชุมชน การเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน และการใช้เทคโนโลยีการศึกษามีส่วนกระตุ้นให้องค์การของรัฐกำหนดเป็นนโยบายในการให้การศึกษาปฐมวัย
6. จงอธิบายถึงแนวโน้มของนโยบายของรัฐในการจัดการศึกษาปฐมวัยของไทย
รัฐมีนโยบายที่เป็นนโยบายทั่วๆไปเกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแก่งชาติจะต้องระบุแผนพัฒนาประชากร นโยบายเกี่ยวกับพ่อแม่ ครอบครัว ผู้ปกครอฝ เน้นให้ความรู้ในการอบรมเลี้ยงดู นโยบายความเสมอภาคทางการศึกษา
7. จงอธิบายถึงโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย
การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้คำแนะนำ และความช่วยเหลือทางวิชาการจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กวัย 0 – 6 ปีอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ
8. จงอธิบายถึงโครงการความร่วมมือขององค์กรต่าง ๆ ในชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
การให้องค์กรต่าง ๆ ในชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชนมีส่วนช่วยเหลือและร่วมมือกันในการศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้ง ร่วมมือกันในการให้บริการและการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย จึงควรมีการผลักดันให้องค์กรของรัฐที่มีอยู่ในชุมชน ได้แก่ โรงเรียนอนุบาล สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย สถานีอนามัย โรงพยาบาล สาธารณสุขจังหวัด พัฒนาชุมชน และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน และองค์กรเอกชนอื่น ๆ เช่น ชมรมแม่บ้าน ชมรมครูและผู้ปกครองของโรงเรียนและกลุ่มอาสาสมัครต่างๆ
9. จงอธิบายถึงโครงการเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองในการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย
มีส่วนช่วยเหลือร่วมมือการให้บริการการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองให้มีความรู้เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย และการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
10. แนวโน้มของการศึกษาปฐมวัยของไทย ตามความคิดเห็นของนักศึกษา เป็นอย่างไร จงอธิบาย
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาควรเห็นความสำคัญของการศึกษาปฐมวัยเนื่องจากเพื่อเป็นการพัฒนาเด็กอย่างมีคุณภาพ เพราะในวัยนี้เป็นช่วงวัยที่สำคัญและมีการพัฒนาการมากที่สุดในช่วงชีวิต ไม่ควรที่จะละเลยความสำคัญของเด็กปฐมวัย










